skip to Main Content
ติดต่อเรา: [email protected]

อักษรเบรลล์ ถือว่าเป็นภาษาที่ได้รับความนิยมจากคนตาบอดทั่วโลก โดยเชื่อว่าหลายคนอาจจะไม่รู้จักหรือคุ้นเคยกับเรื่องอักษรเบรลล์กันสักเท่าไร แต่ต้องบอกเลยว่า หากไม่มีต้นกำเนิดในอดีต ก็คงไม่มีอักษรเบรลล์ให้กับคนตาบอดใช้ในวันนี้ การสื่อสารด้านการอ่านเขียน คงจะเป็นเรื่องยากอย่างแน่นอน ทั้งหมดทั้งมวลนี้ต้องขอบคุณ หลุยส์ เบรลล์ ผู้คิดค้นอักษรเบรลล์ ซึ่งตัวของเขาเป็นคนตาบอดเช่นเดียวกัน แต่ไม่ได้ตาบอดมาตั้งแต่กำเนิด โดยได้รับอุบัติเหตุตาข้างซ้ายบอดก่อนข้างหนึ่ง แล้วมีอาการตาอักเสบจนทำให้ตาอีกข้างหนึ่งบอดตามไปด้วย

หลุยส์ เบรลล์ แม้ว่าจะตาบอด แต่ยังได้รับการศึกษาตามปกติ สำหรับที่มาของอักษรเบรลล์ เขาได้รับแรงบันดาลใจมากจาก การส่งสัญญาณของทหารม้าฝรั่งเศสนั่นเอง เพียงแต่นำมาปรับจาก 12 หลัก กลายมาเป็น 6 หลักใช้จุด 6 จุด และใช้เพียงนิ้วเดียววางบนจุดทั้งหมด น่าเสียดายว่า อักษรเบรลล์ในตอนนั้นไม่ค่อยได้รับความนิยมสักเท่าไร ต้องรออีกประมาณสี่สิบกว่าปี ถึงมีการตีพิมพ์หนังสืออักษรเบรลล์จนทำให้ได้รับความนิยมทั่วโลกในเวลาต่อมา สำหรับในเมืองไทยนั้น อักษรเบรลล์ได้เข้ามาประมาณปี 2482 โดยอาจารย์เจนีวีฟ คอลฟิลด์ และได้ก่อตั้งโรงเรียนสอนคนตาบอดขึ้นในปีเดียวกัน

นพ.ฝน และ เจนีวีฟ คอลฟิลด์

อักษรเบรลล์ภาษาไทย ได้ถูกพัฒนาเพิ่มเติมจากอักษรเบรลล์ โดย เจนีวีฟ คอลฟิลด์ และ นายแพทย์ฝน แสงสิงแก้ว และได้ถูกนำมาสอนในโรงเรียนสอนคนตาบอด อักษรเบรลล์มีการแก้ไขกันอยู่หลายครั้ง ซึ่งในแต่ละครั้ง อักษรเบรลล์ภาษาไทย ก็ได้มีการแก้ไขตามไปด้วย จนในปัจจุบัน อักษรเบรลล์ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ล้วนแล้วแต่ถูกสอนในโรงเรียนสอนคนตาบอดทั้งสิ้น เครื่องมือสำหรับการเขียนอักษรเบรลล์เราจะเรียกว่า สเลต และดินสอ การพิมพ์จะใช้เครื่อง เบรลเลอร์ ในการพิมพ์ ซึ่งสร้างความสะดวกสบายส่งผลให้มีหนังสือเบรลล์หลากหลายรูปแบบในปัจจุบัน

เราจะเห็นได้ว่า กว่าอักษรเบรลล์จะได้รับความนิยมอย่างในปัจจุบันไม่ง่ายและ แต่เมื่อได้รับความนิยมแล้ว ก็ทำให้ผู้พิการทางสายตาในปัจจุบันมีช่องทางในการติดต่อสื่อสารที่สะดวกมากยิ่งขึ้น รวมทั้งมีตำราต่างๆให้สามารถได้อ่าน ได้ศึกษากันได้ ทั้งหมดทั้งมวลนี้ก็ล้วนแล้วมาจากหลุยส์ เบรลล์ ผู้คิดค้นอักษรเบรลล์ ส่วนในเมืองไทยเองการถือกำเนิดขึ้นของโรงเรียนสอนคนตาบอด เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้พิการทางสายตา ได้รับการศึกษาอย่างเท่าเทียม เราจะเห็นว่า ในบางสาขาวิชา ไม่ว่าจะเป็นผู้พิการทางสายตา หรือผู้ที่สายตาปกติ ล้วนแล้วสามารถเรียนร่วมกันได้ ทั้งในระดับมัธยมและมหาวิทยาลัย อีกทั้งยังมีหลายอาชีพที่รองรับผู้พิการทางสายตาอีกด้วย